Archive for October, 2007

โอลิมปิค ปักกิ่ง 2008

October 1, 2007

ไหนๆ ก็พูดเรื่องโอลิมปิคที่ปักกิ่งแล้ว ก็เลยอยากแนะนำให้รู้จักแมสคอตส์น่ารักๆ ห้าตัวด้วยกัน แมสคอตส์นี้เรียกเป็นภาษาจีนว่า 福娃ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับธีมโอลิมปิคที่เป็นห่วงห้าสี และให้มีสัญลักษณ์เป็นรูปสัตว์ที่ชาวจีนชื่นชอบ ส่วนสโลแกนของโอลิมปิคคราวนี้คือ One World One Dream (同一个世界 同一个梦想)

Olympic 2008 Logo

Bei Bei The Fish (福娃贝贝) มาสคอตส์ตัวสีฟ้าสดใสน่ารัก สัญลักษณ์เป็นรูปปลา ตัวแทนท้องทะเล ในขณะเดียวกัน ชาวจีนถือว่าปลาและน้ำนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยและมั่งคั่ง หรืออีกหนึ่งความหมายว่า ปีแห่งความสุข และชีวิตที่สุขสันต์ เป๋ยเป่ย เป็นตัวแทนห่วงสีฟ้าของโอลิมปิค

Beibei the fish

Jing Jing The Panda (福娃晶晶) มาสคอตส์หมีแพนด้าน่ารัก น่าถนุถนอม ตัวแทนแห่งป่า ที่หัวของจิงจิงใส่เครื่องประดับสีเขียวเป็นรูปดอกบัว มีความหมายว่าผืนป่าอันเขียวชอุ่มและความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษย์กับธรรมชาติ จิงจิง เป็นตัวแทนห่วงสีดำของโอลิมปิค

Jingjing the panda

Huan Huan The Olympic Flame (福娃欢欢) ฮวนฮวนเป็นพี่ใหญ่ของบรรดาแมสคอตส์ทั้งห้า ตัวแทนเปลวเพลิงโอลิมปิค สัญลักษณ์ที่ศรีษะของฮวนฮวน หมายถึงความโชคดี ฮวนฮวน เป็นตัวแทนห่วงสีแดง

Huanhuan the flame

Ying Ying The Tibetan Antelope (福娃迎迎)มาสคอตส์สีเหลืองโดดเด่นนี้เป็นสัญลักษณ์ละมั่งทิเบต ปราดเปรียว ว่องไว อีกทั้งสื่อถึงผืนดิน มีความหมายว่าสุขภาพแข็งแรง หยิงหยิง เป็นตัวแทนห่วงสีเหลือง

Yingying the tibetean

Ni Ni The Swallow (福娃妮妮) มาสคอตส์สีเขียวสดชื่น สัญลักษณ์แทนนกนางแอ่น ช่วงหน้าร้อน เด็กๆ ชาวจีนนิยมที่จะเล่นว่าวกัน เครื่องประดับบนหัวของหนีหนี่เป็นนกนางแอ่นปีกทอง มีความหมายว่าผืนฟ้าอันไร้ขอบเขต และความโชคดี หนีหนี่ ยังเป็นตัวแทนของท้องฟ้า ซึ่งก็คือห่วงสีเขียวของโอลิมปิค

Nini the swallow

เมื่อลองนำคำแรกของชื่อแมสคอตส์แต่ละตัวมาเรียงกันก็จะอ่านได้ว่า Bei jing huan ying ni (北京欢迎你) ซึ่งหมายความว่า “ปักกิ่งยินดีต้อนรับคุณ”

คนจีนนี้ช่างคิดจริงๆ เนอะ (ชอบ ชอบ) มาสคอตส์ทุกตัวน่ารักดี ไม่รู้ว่าปีหน้าจะมีใครไปปักกิ่งบ้าง จะได้ฝากซื้อ (อิๆๆๆ)

ek's stamp

New building in China 2008

October 1, 2007

เมื่อวานได้ดูช่อง Discovery เป็นรายการเกี่ยวกับตึก/อาคาร/สิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ ในประเทศจีน เพื่อต้อนรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค 2008 ที่เมืองปักกิ่ง ตอนดูไปก็ โอ้โหไป ประเทศจีนไม่ยอมทำอะไรเล็กๆ เลย สงสัยจะอยู่ในสายเลือด ลองนึกดูดิ ครอบครัวคนจีน ชอบให้มีลูกหลานเยอะๆ เวลากินเลี้ยงทีก็คนเป็นร้อยๆ ไม่รู้เป็นใคร มาจากไหนบ้าง แล้วเวลาทำอะไรก็ชอบทำเยอะๆ มากๆ (อันนี้อาจจะทึกทักสรุปเอาเองก็ได้)  แต่ยังไงก็เหอะ พอดูรายการนี้แล้ว ทำให้ทึ่งดี

ตึกแรกก็คือ Beijing National Stadium หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Bird’s Nest เพราะรูปแบบสถาปัตย์ออกแบบมาให้ดูเหมือนเป็นรังนก สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งนี้จะใช้สำหรับแข่งกี่ฬาประเภทลู่และลาน จุคนได้ 80,000 – 100,000 คน เรื่องราคาก่อสร้างไม่ต้องพูดถึง มหาศาล รูปแบบเท่ห์ดี  หลายคนบอกว่ามันเป็นการสื่อออกมาถึงเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศจีน เน้นเรื่องความอ่อนช้อย และงดงาม

 Bird's Nest

ตึกที่สอง Beijing National Aquatics Centre หรือเรียกสั้นๆ ว่า Water Cube สนามกีฬาทางน้ำแห่งชาตินี้ถูกออกแบบมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมเพื่อสะท้อนให้เห็นความแข็งแกร่ง ตรงข้ามกับ Bird’s Nest สนามกีฬาทั้งสองแห่งนี้จะตั้งอยู่ติดกัน เมื่อคนได้เห็นแล้ว จะต้องร้อง โอ้…พระเจ้า!!!  ด้านนอกอาคารจะใช้วัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ (จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร) ซึ่งจะมีน้ำและช่องอากาศอยู่ข้างใน เพื่อระบายความร้อนและให้ความเย็น เป็นตึกที่สร้างยากมาก ต้องคำนึงถึงเรื่องน้ำหนัก การถ่ายเทน้ำ (ในกรณีฝนตก) และการระบายความร้อนภายในอาคาร (ในช่วงกลางวัน) เรียกได้ว่าสุดยอดจริงๆ

 Water Cube

 

 Detail

 

sidebyside

ตึกที่สาม Wukesong Indoor Stadium สำหรับแข่งบาสเกตบอล จะเป็นตึกทรงสี่เหลี่ยม ด้านนอกอากาศจะเป็นจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ่ายทอดบรรยากาศการแข่งขันภายในให้คนภายนอกได้เห็น ด้านในจะมีท่อเปิดรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์

  Wukesong Indoor Stadium

ตึกที่สี่ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ (CCTV) ออกแบบเป็นรูปตัว Z ชนกัน จุดที่น่าสนใจก็คือ ตรงรอยต่อของตัว Z ที่มาเชื่อมกันที่ด้านบนสุดนั้น ไม่มีเสาค้ำรองรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นการท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก อีกทั้งต้องรองรับเรื่องแผ่นดินไหวอีก ได้เห็นวิธีการคิดและวิธีการก่อสร้างแล้วทึ่งสุดๆ

  CCTV

ตึกทั้งหมดนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง สงสัยว่าถ้าได้ไปประเทศจีนอีกครั้ง คงไม่เหลือมนต์ขลังของความเก่าแก่และมีวัฒนธรรมแบบเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว (หรือครั้งล่าสุดที่ไปมาก็เกือบห้า-หกปีแล้ว) พูดไปก็น่าเสียดาย แต่สิ่งใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อ ไม่มีอะไรยั่งยืน และก็ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง ของใหม่ก็ดี แต่ก็ไม่ควรลืมของเก่า

หลงรัก (เด็กน้อย)…

October 1, 2007

เพลงเกาหลีเพลงนี้น่ารักโคตร เพราะได้เด็กน้อยแสนน่ารักมาแสดงเอ็มวีตัวนี้ (น่ารักจริงๆ) ทำให้นักร้องคนอื่นๆ ที่มาเล่นเอ็มวีด้วยถูกบดบังรัศมีไปหมด (แย่งซีนๆ) เนื้อหาเพลงนี้จริงๆ แล้วก็เศร้านิดๆ เพราะเป็นการบอกลาความรักที่เกิดขึ้น แม้ว่าความรักจะจบลง แต่ความทรงจำทั้งสุขและเศร้าก็ยังคงอยู่กับความรักนั้นๆ ไปจนนิรันดร์

ท่อนฮุกของเพลงมีว่า

안녕 기역남겨 입술로 되내어 보네
อัน นยอง คี ยอก นัม กยอ อิบ ซุล โร ทเว เน ออ โบ เน
ลาก่อน..ความทรงจำที่มีอยู่ ฉันพูดกับตัวเอง

사랑해라는 한마디
ซา ราง เฮ รา นึน ทัน ฮัน มา ดี
ฉันรักคุณ” คำๆ นี้

안녕 추억 안녕 너무나 눈물이 나요
อัน นยอง ชู ออก อัน นยอง นอ มู นา นุน มู รี นา โย
ลาก่อนความทรงจำ ลาก่อนน้ำตา

영원히 그댈 사랑해요
ยอง วอน ฮี คือ เดล ซา ราง เฮ โย
ฉันรักคุณชั่วนิรันดร

안녕
อัน นยอง
ลาก่อน

ตอนแรกที่ดู นึกว่าเด็กน้อยน่ารักคนนี้เป็นคนร้อง แต่ความจริงแล้ว นักร้องตัวจริงไม่ยอมเปิดเผยตัว (ไม่รู้ว่าเพราะอะไร…) เอาเป็นว่าพอดูแล้วจะหลงรักเด็กน้อยคนนี้ไปเลย (ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กชื่ออะไร)

แต่แล้วก็หาเจอจนได้ นี่คือตัวจริงของนักร้องชื่อว่า มาโกลปิ 마골피หน้าตาก็น่ารักดีไปอีกแบบเนอะ

นี่เป็นไลฟ์เวอร์ชั่นของเพลงนี้…

จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นโรค youtube addict :-o